วิ่งแค่ไหน ถึงจะดีพอ และพอดี

0
7056

 

วิ่งแค่ไหน ถึงจะดีพอ และพอดี สำหรับสายสุขภาพ

เราอยู่ในยุคที่บูมที่สุดของการวิ่ง คำถามสำคัญคือ

เราวิ่งน้อยเกินไป หรือมากเกินไปหรือเปล่า
เรากำลังวิ่งบนเส้นทางสายสุขภาพจริงหรือ

วิ่งแค่ไหน ถึงจะดีพอ และพอดี สำหรับสายสุขภาพ
runner ‘s journey นำบทสัมภาษณ์จากหมอแอร์ คุณหมอนักไตรไอรอนแมน
มาเรียบเรียงให้ฟังกันอีกครั้งหนึ่ง ว่าจริงๆแล้วสำหรับสายสุขภาพ
คุณหมอนักวิ่งนักไตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจได้บอกเราไว้ว่าอย่างไรบ้าง

นี่คือคำถามสำคัญสำหรับนักวิ่งหน้าใหม่สายสุขภาพ

วิ่งแค่ไหน ถึงจะดีพอ และพอดี ต่อสุขภาพ 
ไม่นับพวกอัลตร้า สายสปริ้นท์ และสายบ้าพลังนะ
ถ้าคุณเป็นสายสุขภาพ คุณควรวิ่งแค่ไหน อย่างไร

ยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งวิ่งเยอะ ก็ยิ่งดี
แต่ทางสายกลางควรมี
การวิ่งเร็วนั้นดี ส่วนวิ่งเยอะนั้นก็ดี
แต่จะให้พอดี และดีพอ จะมีอยู่จุดๆหนึ่ง

มันมีงานวิจัยว่า จะมีการวิ่งไปถึงจุดๆหนึ่งที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพไปมากกว่านี้
(สุขภาพในที่นี้คือ​ความแข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด)​ นั่นคือ

1 ระยะทาง สายสุขภาพควรวิ่ง ไม่เกิน สัปดาห์ละ 32 k
ถ้าวิ่ง จ ถึง ศ 5 วัน ก็วิ่งตกเฉลี่ยวันละ 6 k กำลังพอดี เกินกว่านั้นถามว่าแย่หรือไม่ดีมั้ย
คำตอบจากงานวิจัยคือ ไม่ได้มีผลเสีย แต่ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยให้สุขภาพดีขึ้นไปมากกว่านี้
หมายความว่า วิ่งแค่วันละ 5 -6 k สัปดาห์ละ 5 วัน นั้นดีพอ และพอดีแล้วต่อสุขภาพ

2 ความเร็ว ถ้าดูกันที่ความเร็วล่ะ  คำตอบคือ ยิ่งเร็วยิ่งดี
แต่ถ้าเร็วเกินกว่า 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งเร็วเกินกว่านี้
ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

ใครที่คิดว่า ยิ่งเร็วมากกว่า ยิ่งดีต่อสุขภาพมากขึ้นนั้นไม่จริงเสมอไป
กรณีที่เกินกว่า 13 km/hr ไม่ได้ทำให้สุขภาพดีขึ้น

เอาเป็นว่า วิ่งโซนสองก็ดีต่อหัวใจสำหรับเราสายสุขภาพมากพอแล้ว
ไม่จำเป็นต้องเร็วจี๋ วิ่งเบาๆจ๊อก สบายๆ เหงื่อออกก็ดีพอ และพอดี ต่อสุขภาพแล้วครับ

วิ่งแค่ไหน ถึงจะดีพอ และพอดี
คำตอบสำหรับสายสุขภาพ คือ

ระยะทางไม่มากไปกว่า สัปดาห์ละ 32 k
ความเร็ว ไม่ควรเร็วเกินกว่า 13 k / hr

หมายเหตุ
ไม่ได้หมายความว่ามากกว่านี้ หรือเร็วกว่านี้จะไม่ดีหรือจะทำให้แย่
แต่หมายความว่า ความเร็วและระยะทางที่มากเกินก็ไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นไปกว่านี้
(สุขภาพในที่นี้คือความแข็งแรงของหัวใจและหลอดเลือด)

สำหรับใครที่อยากฟังรายละเอียดเพิ่มเติม รับชมได้ทาง youtube channel runner’s journey
ฟังเต็มๆจากการสัมภาษณ์หมอแอร์ได้ที่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here