7 สิ่งที่นักวิ่งหน้าใหม่เป็นกัน มันอาจจะไม่ใช่เป็นความผิดพลาด แต่เราต้องฉลาดและรู้เท่าทัน

0
1857

7สิ่ง ที่เหล่านักวิ่งหน้าใหม่เป็น

และนักวิ่งหน้าเก่าก็ยังเป็น

นักวิ่งหน้าใหม่ น่าจะอายุงานไม่เกิน ปี เราจัดว่าอยู่ในหมวดนี้ 
freshy runner ใสๆ ที่เต็มไปด้วยความสงสัยกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องวิ่ง นี่คือสิ่งที่เป็นอยู่จริงและอาจติดตัวไปจนวันที่เป็นนักวิ่งหน้าเก่า runner เจอนี่ สรุปมาให้ฟังกัน จากประสบการณ์ตรงจากเพื่อนๆน้องๆนักวิ่ง

1 ใจร้อน รีบเพิ่มระยะ เพราะใจมันเกินร้อย 
พยายามเพิ่มระยะทางซ้อมเร็วเกินไป ระยะทางแข่งเร็วเกินไปด้วย กล้ามเนื้อ หัวใจ แขนขา ยังมาไม่พร้อม ระวังจะเจ็บซะก่อน อยากบอกว่า ไม่สำคัญว่าจะวิ่งไกลแค่ไหน เท่าใคร สำคัญว่าทำสม่ำเสมอต่างหาก ใจเย็นๆ

2 กังวลเรื่องสถิติเวล
กลัววิ่งช้า กลัวอาย บางคนบอกว่ากลัวเข้าเส้นเป็นคนสุดท้าย อยากถามกลับว่า แล้วไงวะ ดีกว่าไม่วิ่งรึเปล่า
นักวิ่งหน้าใหม่จะห่วงเรื่องสถิติเป็นที่สุด ย้ำคิดย้ำทำกับตัวเลขที่ได้ ทุกวี่วัน หยุดวิ่ง ก็จะหยุดนาฬิกากลัวเสียสถิติ แล้วก็ดูนาฬิกาตลอดเวลา ใครทักก็ไม่หยุดกลัวเสียเวลาซ้อม

3 รู้สึกผิดในวันที่ไม่ได้วิ่ง 
การไม่ได้วิ่งเพราะติดงานติดธุระบ้างหรือป่วย ไม่ใช่เรื่องผิดบาป แหม ก่อนหน้าจะมาวิ่ง ก็นอนกลิ้งไม่เห็นกังวล พักบ้าง ผ่อนบ้าง อย่าเข้มงวดกับตัวเองจนไม่มีความสุข

4 ไม่สม่ำเสมอ 
อันนี้ก็ตรงกันข้ามกับข้อเมื่อกี้ คือบทจะซ้อมก็ซ้อม บทจะหายก็หาย นักวิ่งหน้าใหม่เป็นกันทุกคน แอดด้วย พอจะหายนี่ หายไปจนอาย ความสม่ำเสมอสำคัญที่สุด

5 สำลักข้อมูล รู้เยอะค้นเยอะ เกิ๊น จนไม่รู้อะไรเลย 
หาข้อมูลจากเพจจากเวปจากเพื่อนจากกูรู จนกูไม่รู้อะไรเลย บางสำนักว่างั้นบางสำนักว่างี้ วิธีที่ดีคือเอามันสักทาง แล้วทดลองกับตัวเองสักพัก ค่อยปรับจูน แต่ละสำนักต่างมีดีมีเสียแตกต่างกัน
ฝึกมาสักพักก็จะรู้ละว่าเราเหมาะกับแบบไหน แต่อย่ายึดติด นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด

6 เคร่ง จนเครียด
ความพยายามดี แต่เคร่งจน ไม่ธรรมชาติ
การเคร่งกับตัวเองทุกเรื่องจนเหมือนทำโทษตัวเอง
ความเป็นธรรมชาติสำคัญที่สุด ทั้งเรื่องของท่าวิ่ง การกินอยู่หลับนอน ใช้วิธีทางสายกลาง แบบธรรมชาติดีที่สุด ท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติคือสบาย แบบเด็กเล็กๆวิ่งเล่นนั่นแหละ
ไม่ต้องคิดอะไร

7 ดื้อ ไม่เคยฟังใคร
บอกว่าอย่าเพิ่งลงฮาร์ฟ บอกว่าอย่าเพิ่งลงมาราธอน อย่าเพิ่งไปอัลตร้า ก็จะลง แค่นี้นะ เป็นกันทุกคน แอดด้วย

กลับมาถามตัวเองว่าวิ่งทำไม 

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่แอดเคยคุยด้วยเป็นห่วงนักวิ่งรุ่นใหม่ๆที่พยายามตามหาความท้าทายโดยไม่ฟังเสียงร่างกายและคำเตือน
ถ้าเราวิ่งเพื่อสุขภาพ เราอาจไม่ต้องลงงานแข่งใดๆเลย ก็ยังได้ แล้วใช้ชีวิตสมดุลระหว่างการดูแลร่างกาย. ทำงาน และดูแลครอบครัว
กลับมาถามตัวเองก่อน ว่าเราวิ่งทำไม ถ้าจะหาการยอมรับจากทุกคน ไม่มีวันจบ เพราะคนที่เก่งกว่าคุณมีเยอะมาก และถึงคุณจะเก่งกว่าใคร วันนึง ก็จะมีคนเก่งกว่าคุณ  (คุณบอยเคเค ได้กล่าวไว้)

แต่ถ้าคุณวิ่งเพื่อสุขภาพจะได้อยู่กับคนที่คุณรักนานๆ คนที่คุณแคร์ไม่ใช่ใคร นอกจากคนที่คุณรัก ข้างๆคุณ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here